hiv aids history
ข่าวบทความสุขภาพ

เอดส์/เอชไอวี (HIV/AIDS) ประวัติศาสตร์และแหล่งกำเนิดของโรคและไวรัส

5
(4)

 

AIDS (เอดส์ หรือ โรคเอดส์) นั้น คนไทยเรารู้จักกันดีมาช้านาน แล้วทุกครั้งที่ได้ยินคำนี้ เราก็มักจะได้ยินคำว่า HIV (อ่านว่า เอช ไอ วี) มาคู่กันด้วย วันนี้เราจะมาอธิบายให้ชัดเจนว่า 2 คำนี้ แตกต่างกันอย่างไร เพื่อที่เราจะได้ไม่นำไปใช้ผิดสลับกันจนเกิดความสับสน นอกจากนี้เรายังกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของมัน ว่ามันถือกำเนิดมาได้อย่างไร ไปพบเจอมันครั้งแรกที่ไหน และมีกี่สายพันธุ์

 

HIV (Human Immunodeficiency Virus) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า HIV เมื่อเข้าสู่ร่างกายไวรัสชนิดนี้จะค่อยๆทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเซลล์ที่ถูกทำลายจะเป็นเซลล์ CD4 ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรคในร่างกาย เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวดังกล่าวถูกทำลาย จะทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง ดังนั้น ผลที่ตามมาคือร่างกายไม่สามารถต้านทานต่อการเกิดโรคชนิดต่างๆ ได้เหมือนเดิม จึงเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคต่างๆ ตามมามากมาย แต่ทั้งนี้จำนวนการเกิดโรค และอาการของโรคแทรกซ้อนต่างๆจะค่อยๆเพิ่มขึ้นตามภูมิคุ้มกันที่ค่อยๆลดลง โรคเอดส์ จึงเป็นชื่อของอาการที่เกิดขึ้นหลังได้รับเชื้อ HIV เข้าไปจนระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานหลายสิบปีหรือเพียงไม่กี่ปีขึ้นกับภูมิคุ้มกันที่ร่างกายมีอยู่ จะเห็นได้ชัดว่า  HIV คือ ชื่อของไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง และ AIDS (เอดส์) คือ ชื่อของกลุ่มอาการที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่อง ที่เกิดขึ้นหลังได้รับเชื้อ HIV นั่นเองครับ โดยตัวย่อของทั้งคำว่า AIDS และ HIV ก็สามารถอธิบายได้ตามรูปภาพด้านล่างนี้ครับ

aids-is

hiv-is

ประวัติก่อนการตรวจพบ

หากสืบประวัติก่อนการตรวจพบอาการของโรค และมีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการนั้น นักวิทยาศาสตร์มีการวิเคราะห์ว่า โรคชนิดนี้น่าจะมีต้นกำเนิดที่ทวีปแอฟริกา เชื้อเอชไอวีซึ่งทำให้เกิดโรคเอดส์นั้นมีแหล่งกำเนิดมาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเห็นว่าน่าจะเป็นลิงไพรเมทที่ไม่ใช่มนุษย์ใน Sub-Saharan Africa ต่อมาจึงมีวิวัฒนาการของเชื้อ และการกลายพันธุ์ถ่ายทอดมายังมนุษย์ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 หรือต้นศตวรรษที่ 20 โดยน่าจะเริ่มแพร่ระบาดในมนุษย์ในก่อนช่วงปี 2520 และหลังจากนั้นจึงมีการแพร่ระบาดมาสู่สหรัฐอเมริกาทางด้านฝั่งตะวันออก และลุกลามทั่วทวีปอเมริกา ยุโรป และเอเชีย และแพร่ระบาดทั่วโลกในเวลาต่อมา

 

ประวัติการพบเชื้อ และการตั้งชื่อ

โรคเอดส์มีการค้นพบครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกา จากรายงานทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องครั้งแรกเมื่อปี 2524 พบอาการป่วยที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันลดลงของกลุ่มรักร่วมเพศทั้งหลาย จากการป่วยด้วยโรคปอดบวมจากเชื้อชนิดที่ไม่เคยพบที่เรียกว่า Pneumocystis Carinii Pneumonia และมีการป่วยด้วย โรคมะเร็ง Kaposi’s Sarcoma ที่ไม่น่าจะเกิดกับคนที่ยังมีอายุน้อย และผู้ป่วยทุกรายไม่มีประวัติเป็นโรคร้ายแรงใดๆมาก่อน หลังจากการตรวจวิเคราะห์ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย พบว่า ทุกรายมีระบบภูมิคุ้มกันลดลงในระดับเหลือในระดับต่ำมากกว่าคนปกติ จากนั้น อาการป่วยจากภาวะดังกล่าวเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยภายในไม่เพียงกี่ปีเท่านั้น

ในปี 2526 ชาวฝรั่งเศสชื่อ Luc Montagne และคณะ สามารถแยกเชื้อชนิดหนึ่งจากต่อมน้ำเหลืองของคนที่ป่วยเป็นโรคเอดส์สำเร็จ และตั้งชื่อไวรัสที่พบนี้ว่า Lymphadenopathy Associated Virus หรือ (LAV) ต่อมาปี พ.ศ.2527 Robert Gallo และคณะแพทย์จากสหรัฐอเมริกา สามารถแยกเชื้อไวรัสจากเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยเอดส์ และตั้งชื่อว่า Human T-cell Lymph tropic Virus Type lll(HTLV-lll) ต่อมามีรายงานพบไวรัส LAV และ HTLY-lll แต่จากการวิเคราะห์โครงสร้างพบเป็นชนิดเดียวกันทั้งหมด จึงตกลงตั้งชื่อให้เป็นสากลว่า Human Immunodeficiency Virus (HIV)

 

ชนิดและสายพันธุ์ของเชื้อเอชไอวี แล้ว HIV-1 และ HIV-2 คืออะไร

เชื้อเอชไอวีมีสองชนิดที่ติดต่อมายังมนุษย์ คือ เอชไอวี-1 (HIV-1) และเอชไอวี-2 (HIV-2) โดย เอชไอวี-1 นั้นเป็นอันตรายมากกว่า ติดต่อง่ายกว่า และเป็นสาเหตุของการติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่บนโลกนี้ เชื้อเอชไอวี-1 มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเชื้อไวรัสที่พบในลิงชิมแปนซี และการศึกษาทาง Molecular Phylogenetics ก็บ่งชี้ว่าเชื้อไวรัสเอชไอวี-1 ปรากฏขึ้นในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1884-1924 ในแอฟริกาเขตเส้นศูนย์สูตร เชื้อเอชไอวี-2 นั้นติดต่อกันได้ยากกว่าและส่วนใหญ่พบอยู่ในแอฟริกาตะวันตกร่วมกับเชื้อใกล้ชิดอื่นๆ ได้แก่ไวรัสที่พบใน Sooty Mangabey (Cercocebus atys) ซึ่งเป็นลิงโลกเก่าใน Guinea-BissauGabon และ Cameroon

 

ประวัติเอดส์ในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยมีประวัติตรวจพบผู้ป่วยเอดส์ครั้งแรกใน ปี พ.ศ. 2526 ในกลุ่มรักร่วมเพศเช่นกัน ซึ่งน่าจะเกิดจากการนำเชื้อมาจากชาวต่างชาติในกลุ่มรักร่วมเพศ หลังจากนั้น มีการแพร่ระบาดไปสู่กลุ่มคนท่องเที่ยวมากขึ้น ปัจจุบันโรคเอดส์ในประเทศไทยมีการแพร่ระบาดอย่างมากทั้งในวัยรุ่น และคนวัยทำงาน

untitled-2

ตอนนี้ทุกท่านก็น่าจะได้รับรู้แล้วนะครับว่า HIV และ AIDS แตกต่างกันอย่างไร มีการถือกำเนิดมาเมื่อกี่ปีมาแล้ว ที่ไหนเป็นที่แรกที่พบการติดเชื้อ และแน่นอนครับว่าตอนนี้มันระบาดไปทั่วโลกแล้ว เราในฐานะมนุษย์ที่จะต้องต่อสู้เพื่อเอาชนะไวรัสและโรคนี้ให้หมดสิ้นไป เรามีหน้าที่ต้องป้องกันและลดอัตราการติดเชื้อเพิ่ม โดยเริ่มจากตัวเราก่อน ท่านใดที่มีความเสี่ยงก็สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้ารับการตรวจเลือดให้ทันท่วงที เพื่อความมั่นใจในการดำรวชีวิตและเป็นการปกป้องบุคคลรอบข้างที่เรารักด้วย ในปัจจุบันการตรวจเลือดถือเป็นสิ่งที่ง่ายดายมากกว่าเมื่อก่อน เพราะสามารถเข้ารับการตรวจเลือดที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน คลินิกนิรนาม หรือแม้กระทั่งที่บ้านของท่านเองผ่าน ชุดตรวจเลือดที่บ้าน ครับ


บอกเราที บทความนี้มีประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

คลิกเลือกดาวด้านล่าง เพื่อให้คะแนนเรา

คะแนนเฉลี่ย 5 / 5. จำนวนโหวต: 4

ยังไม่มีคะแนนสำหรับบทความนี้ มาเป็นคนแรกเพื่อลงคะแนนให้บทความนี้สิ

ถ้าคุณยังยังอยากรู้เรื่องอื่นๆแนวนี้อีกหล่ะก็...

ติดตามเราบนสื่อสังคมออนไลน์ได้เลย

We are sorry that this post was not useful for you!

Let us improve this post!

Tell us how we can improve this post?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

X