9 ข้อควรรู้ ก่อนตรวจเลือด หาเชื้อ HIV/AIDS
ข่าวบทความสุขภาพ

9 ข้อควรรู้ก่อนตรวจเลือดหาเชื้อ HIV/AIDS

5
(4)

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนตรวจเลือดหาเชื้อ

ในอดีตที่ผ่านมา ถึงเราจะเจอกับสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่เลวร้ายอะไรมา แต่อีกสถานการณ์หนึ่งที่จะทำให้เราๆลืมไม่มีวันลงก็คงเป็นเหตุการณ์ที่เราเคยพลาดพลั้งไปรับความเสี่ยงในการติดเชื้อโรค HIV มา ไม่ว่าจะด้วยความประมาทไม่สวมถุงยางอนามัย หรือเกิดจากอุบัติเหตุที่ถุงยางเกิดแตกหรือรั่วขณะปฏิบัติกิจ หลายคนที่ผ่านเหตุการณ์ดังกล่าวมา คงมีความกังวลใจอยู่ไม่มากก็น้อย ไม่รู้ต้องทำตัวอย่างไร จะไปตรวจก็ไม่รู้ว่าจะดีไหม อาย คิดว่า ไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่ติดมั๊ง (เสียงสูงงง) เหตุผลต่างๆ นาๆ พาให้เราห่างไกลสิ่งที่สำคัญที่สุดไป คือ ตรวจก่อน สบายใจก่อน ไม่เสียสุขภาพจิต หรือถึงผลเลือดออกมาว่าติดเชื้อ ก็ดีกว่าไม่รู้ เพราะเมื่อเรารู้ตัว เราก็จะดูแลตัวเองจนแทบเหมือนเป็นคนปกติทุกประการ อีกทั้งยังเป็นการปกป้องคนที่เรารักไม่ให้ติดเชื้อต่อกันอีกด้วย

untitled-2

 

โดยทั่วไปเมื่อรู้ตัวว่าเรารับความเสี่ยงมา เราควรไปตรวจเลือดหาเชื้อก่อน แล้วคำถามต่อๆ มาก็ตามมาอีกมากมาย เช่น เราพึ่งเสี่ยงมา เราไปตรวจได้เลยไหม ขั้นตอนการตรวจเป็นอย่างไร เสียค่าใช้จ่ายกี่บาท ไปตรวจแล้วจะมีการเก็บบันทึกข้อมูลเราไหม สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามีความคิดกังวลใจ ไม่สบายใจและเครียดตลอดเวลา ทำงานไม่เป็นชิ้นเป็นอันจนถึงขั้นนอนไม่หลับ วันนี้เรามี

9 ข้อสำคัญที่ควรรู้ก่อนไปตรวจเลือดหาเชื้อ HIV/AIDS มาฝากทุกคนครับ

  1. ได้รับความเสี่ยงมาเกิน 2 สัปดาห์แล้ว เพราะถือเป็นระยะเวลาที่มีโอกาสตรวจพบเชื้อได้แล้วถ้าติดเชื้อมา แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อไปตรวจแล้วในครั้งแรกไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ทางสถานพยาบาลที่ตรววท่านจะนัดให้ท่านทำการตรวจอีกครั้งเมื่อครบ 3 เดือน หรือด้วยเทคโนโลยีใหม่ จะมีการตรวจด้วยวิธี NAT ซึ่งจะสามารถเข้าตรวจได้หลังรับความเสี่ยงมาเกินแค่ 5 วันเท่านั้น
  2. มีกำลังใจดี พร้อมรับฟังผลเลือด แน่นอนว่าใครได้รับความเสี่ยงมาก็เครียดกันทั้งนั้น แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราพยายามทำความเข้าใจกับมันว่า มันเกิดไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ มีสติ มีปัญญา ทำจิตใจให้เป็นปกติ มีความสุขกับเรื่องเล็กๆให้ได้ และศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคนี้ให้มากขึ้น ให้รู้ว่า โรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย ถ้ารู้วิธีอยู่กับมัน
  3. รู้ตัวและทราบถึงคุณค่าของตัวเอง คนส่วนใหญ่พอเจอเรื่องผิดพลาดในชีวิต ก็จะเอาแต่คอยด่าว่าตัวเอง ซึ่งถือว่าเป็นความคิดที่ผิด คนบางคนทำเรื่องดีดีมามากมายแต่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็โดนคนรอบข้างต่อว่าจนนอยด์ คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ผิดมหันต์ตามที่เขาด่า แต่ในความจริงแล้วเราควรรู้ตัวเราเอง ว่าครั้งนี้เราพลาดก็จริง แต่พลาดเพราะอะไรหล่ะ ครั้งหน้าจะทำอย่างไรไม่ให้พลาดแบบนี้อีก แล้วเราก็ต้องฉุกคิดให้ได้ว่าความดีที่ผ่านมาของเรามีประโยชน์ต่อคนรอบข้างแค่ไหน คนทุกคนมีคุณค่าในตัวเองเสมอ
  4. มีข้อมูลและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเอดส์ และการตรวจเอดส์  ซึ่งอาจหาความรู้เพิ่มเติมได้จากการอ่านและค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต รวมถึงการอ่านหนังสือที่ทางเราได้เป็นผู้จัดทำรวบรวมไว้ให้แล้ว (เลื่อนไปด้านล่างของเว็บไซต์เพื่อดาวน์โหลด) หรือจะขอรับคำปรึกษาเป็นรายบุคคลที่คลินิกนิรนามหรือโทรหาสายด่วน 1663 หรือที่เว็บไซต์ www.trcarc.org  หรือ  www.adamslove.org ก็ได้ นอกจากวิธีที่กล่าวไปแล้ว หากเรายังคิดว่าไม่สะดวก ยังไม่ว่างพอ ทางเราแนะนำให้ท่านคุยกับหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติของทางเรา เพียงแค่ Add Line @ikq8761q เท่านั้น ท่านจะสามารถทำความเข้าใจกับโรคและขั้นตอนการตรวจเชื้อได้โดยง่านผ่าน Info Graphic ของเรา แล้วเราจะเข้าใจมันมากขึ้น
  5. ปัจจุบันเอดส์เป็นโรคที่รักษาได้แม้จะไม่หายขาดก็ตามและคนไทยทุกคนมีสิทธิ์เข้ารับการรักษาฟรี  ทางกระทรวงสาธารณสุขเข้าใจว่าโรคเอดส์เป็นโรคติดต่อซึ่งถ้าไม่มีการควบคุมที่ดี ก็จะทำให้มีผู้ติดเชื้อในวงกว้างได้ นั่นหมายถึงภาษีของเราๆ จะถูกนำไปใช้มากมายในการควบคุมโรคแทนที่จะนำไปใช้พัฒนาประเทศ ด้วยเหตุนี้กระทรวงสารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการให้ความรู้แก่ประชาชนให้เห็นถึงความสำคัญของโรคและไม่ต้องกลัวที่จะรักษา เพราะทางรัฐบาลมีโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ทุกคนสามารถเข้ารับการตรวจและรักษาได้
  6. ดาราหรือบุคคลที่มีเชื่อเสียงหลายคนทั่วโลกได้รับเชื้อ HIV มากมาย แต่ยังสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ ไม่ต้องกังวลไปว่าคุณจะอยู่คนเดียว เพราะบนโลกใบนี้มีคนที่ชีวิตประสบพบเจอปัญหามากกว่าเรามากมาย ขอเพียงมีใจกล้าหาญที่จะตรวจ และยอมรับผลที่จะเกิดอย่างมีสติและปัญญา ไม่ว่าผลเลือดจะเป็นบวกหรือเป็นลบก็ไม่สำคัญ เพราะคุณไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้
  7. รู้ตัวเร็ว รักษาเร็ว อาจไม่ต้องกินยาตลอดชีวิต ด้วยเทคโนโลยีและวงการวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ มีการพัฒนาตัวยาต้านเชื้อไวรัสที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นความจริงที่เก่าเกินไปแล้วว่าคนเป็นเอดส์แล้วตายเร็ว ในยุคปัจจุบันคนติดเชื้อ HIV สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนทั่วไปได้อย่างเป็นปกติแต่ต้องมีการป้องกันในบางเรื่อง เช่นการใส่ถุงยางขณะมีเพศสัมพันธ์ ไม่แน่ในอนาคตอันใกล้ อาจมียารักษาโรคเอดส์ออกมาก็ได้ เพราะเทคนโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน
  8. คนที่ติดเชื้อเอชไอวีสามารถอยู่ในสังคมร่วมกับคนอื่นได้ โดยไม่เป็นภัยหรือเป็นภาระกับใคร อย่างที่กล่าวไปในหัวข้อที่แล้วว่า เราสามารถอยู่ร่วมกันคนอื่นในสังคมได้เป็นปกติ และการอยู่ร่วมกันนั้นเราไม่จำเป็นต้องเป็นภาระให้ใครมารับผิดชอบด้วย เพราะเราสามารถใช้ชีวิตและดูและตัวเองได้ เพียงเราออกกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์และปฏิบัติตัวตามการแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  9. รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นประโยชน์และไม่น่ากลัว เราทุกคนควรไปตรวจเอดส์กันอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งในชีวิต ตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อ ให้รู้ว่าเราไม่ติดเชื้อ ชีวิตจะได้ก้าวต่อไปอย่างมั่นใจ (ตรวจเพื่อก้าวต่อ) ไม่ต้องกังวล หรือถ้าเราติดเชื้อ HIV ก็ถือเป็นโอกาสอันดี ให้เราหันมาดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง สามารถทำตัวเป็นประโยน์ต่อสังคมและคนรอบข้างได้เหมือนเดิม

343px-world_aids_day_ribbon-svg-712247

การเตรียมตัวก่อนตรวจหาเชื้อนั้นไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ขอให้เพียงพร้อมทั้งทางด้านร่างกายกล่าวคือ ครบกำหนดระยะเวลาตรวจพบเชื้อคือ 2 อาทิตย์หลังได้รับความเสี่ยงเป็นต้นไป และมีความพร้อมทางใจ ทางความคิด นั่นคือ มีความสุขุมสามารถยอมรับฟังผลการตรวจเลือดได้โดยไม่คิดไปในทางร้ายหรือแย่กับตัวเองและคนรอบข้าง เพียงเท่านี้ท่านก็เป็นคนหนึ่งแล้วที่พร้อมกับการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อ HIV เราเป็นกำลังใจให้ท่านทุกคนที่มีความกล้า กล้าที่จะปกป้องคนรอบข้าง สังคมและประเทศของท่าน


บอกเราที บทความนี้มีประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

คลิกเลือกดาวด้านล่าง เพื่อให้คะแนนเรา

คะแนนเฉลี่ย 5 / 5. จำนวนโหวต: 4

ยังไม่มีคะแนนสำหรับบทความนี้ มาเป็นคนแรกเพื่อลงคะแนนให้บทความนี้สิ

ถ้าคุณยังยังอยากรู้เรื่องอื่นๆแนวนี้อีกหล่ะก็...

ติดตามเราบนสื่อสังคมออนไลน์ได้เลย

We are sorry that this post was not useful for you!

Let us improve this post!

Tell us how we can improve this post?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

X