HIV และโอกาสเสี่ยงในการรับเชื้อ
บทความ

ตุ่มเอดส์กับการติดเชื้อ HIV และโอกาสเสี่ยงในการรับเชื้อ

4.8
(4)

โรคเอดส์ โรคที่ทุกคนเคยได้ยินหรือรู้จักผ่านหูมาเนิ่นนาน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ตุ่มเอดส์ที่เราเห็นบ่อยๆจากนักแสดงที่เล่นเป็นผู้ติดเชื้อ HIV ในละครทีวี เป็นแค่ 1 ในอาการหลายๆอย่างของโรคเอดส์เท่านั้น อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของโรคเอดส์ได้ที่นี่

ChickenPox First Aid

สังคมของเราถูกปลูกฝังให้เห็นผู้ติดเชื้อ คือ ความผิดหวัง น่ากลัว คือโรคติดต่อที่ทุกคนรังเกียจ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น โรคนี้สามารถรักษาได้ ไม่จำเป็นว่ามีเชื้อ HIV แล้วต้องมีตุ่มเอดส์ขึ้นตามตัวและเสียชีวิต โรคเอดส์เป็นเพียงโรคติดต่อโรคหนึ่งที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ผ่านทางระบบเลือดและน้ำเหลือง เช่น เลือด น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด การติดเชื้อสามารถเกิดจากสาเหตุต่างๆ ได้แก่

สาเหตุและความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV

1. การมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ป้องกัน ไม่ว่าจะชายหญิงหรือกลุ่มรักร่วมเพศ สามารถส่งต่อเชื้อสู่คู่นอนผ่านทางน้ำอสุจิ หรือสารคัดหลั่งในช่องคลอด

2. การใช้เข็มขีดยาร่วมกัน การใช้อุปกรณ์ของมีคมต่างๆ ร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ เช่น เข็มฉีดยา มีดโกน เข็มเจาะหู เป็นต้น

3. การตั้งครรภ์ของแม่ผู้ติดเชื้อ สามารถส่งต่อเชื้อไปสู่ลูกในท้องได้

4. การสัมผัสกับเลือด น้ำเหลืองหรือสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ โดยหากสัมผัสเข้าผ่านทางปากแผล จะทำให้มีโอกาสในการรับเชื้อได้สูงมากขึ้น

5. การเข้าร้านเสริมสวยหรือการศัลยกรรมด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ผ่านการทำความสะอาดอย่างถูกต้อง การถ่ายเลือดหรือเปลี่ยนถ่ายอวัยวะที่ไม่ผ่านการยืนยันผล

6. การผสมเทียมที่ใช้น้ำเชื้ออสุจิจากผู้ติดเชื้อ

7. การเลี้ยงนมบุตรจากน้ำนมของผู้ติดเชื้อ

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าสังคมเรามีทัศนคติเชิงลบต่อโรคนี้อยู่ เราในฐานะมนุษย์ที่สามารถรับและแพร่เชื้อได้ ควรทราบถึงสาเหตุและความเสี่ยงที่จะติดเชื้ออย่างที่ได้กล่าวไปแล้วด้านบน นอกจากนี้การทราบถึงวิธีการป้องกันตัวเองและคนรอบข้าง เพื่อป้องกันการรับและส่งต่อเชื้อก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ต่างกัน ดังจะสามารถศึกษาได้จากหัวข้อด้านล่าง

การป้องกันการรับและส่งต่อเชื้อ HIV

ปัจจุบันไม่มียาที่สามารถรักษาโรคเอดส์หรือกำจัดเชื้อ HIV ในเลือดได้ 100% เทคโนโลยีการรักษาทางการแพทย์ในปัจจุบันใช้ยาต้านไวรัสในการต้านการแพร่กระจายของเชื้อ ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ แต่ไม่สามารถฆ่าหรือลดปริมาณของเชื้อไวรัสในร่างกายจนหายขาดได้ ดังนั้น สำหรับแนวทางการป้องกันสำหรับคนที่ไม่เป็นโรคเอดส์ มีแนวทางดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อเอชไอวี อย่างไรก็ตามผู้คนมักไม่รู้หรือมีเจตนาปกปิดการติดเชื้อของตน ดังนั้นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดคือ การสวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันตัวเองไว้ก่อนเสมอ

2. หลีกเลี่ยงและไม่ใช้เข็มขีดยาหรืออุปกรณ์มีคมร่วมกับผู้อื่น

3. หลีกเลี่ยงการรับเลือดโดยไม่จำเป็น เช่น การถ่ายเลือด ซึ่งต้องทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานหรือต้องให้มั่นใจว่าเลือดดังกล่าวไม่มีการติดเชื้อมาก่อน

4. ชายหญิงหรือคู่สมรส ควรมีการตรวจเลือดหาเชื้อเสียก่อนก่อนการมีเพศสัมพันธ์หรือแต่งงานกัน

5. หมั่นตรวจเลือดทุกปี เพราะอาจเกิดมีการติดเชื้อโดยที่เราไม่รู้ตัวมาก่อน ทั้งนี้ เพื่อการวางแผนหรือกำหนดแนวทางปฏิบัติตนขณะติดเชื้อให้เหมาะสม

จะเห็นได้ว่า การป้องกันการรับและส่งต่อเชื้อไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของกันและกันเท่านั้น และอย่างที่ได้กล่าวไป โรคนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่สังคมเราเคยเข้าใจกัน ปัจจุบันวงการแพทย์ได้พัฒนาตัวยาต้านไวรัสและวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพจนทำให้ผู้ติดเชื้อใช้ชีวิตและมีอายุขัยยาวนานเท่าคนทั่วไป ผู้ติดเชื้อ HIV ไม่จำเป็นต้องเป็นเอดส์และเสียชีวิต

การรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี

การรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี (HIV) มีวัตถุประสงค์ในการหยุดการเพิ่มจำนวนไวรัสเอชไอวีในร่างกายของผู้ป่วย ลดจำนวนไวรัสในเลือดลง ทำให้ภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ไม่มีการติดเชื้อฉวยโอกาส หรือโรคมะเร็ง ลดโอกาสและความเสี่ยงในการส่งต่อเชื้อสู่ผู้อื่น มีอายุขัยยาวนาน มีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขแทบเหมือนคนปกติ อย่างไรก็ตามผู้ที่รับยาต้านไวรัสเอชไอวี อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยาหรือที่เรียกกันว่า “ผลข้างเคียงได้” นอกจากนี้ยังมีโอกาสเกิดเชื้อดื้อยาได้ การรักษาจึงไม่ใช่เป็นเพียงการนัดผู้ป่วยมารับยาตามกำหนดตามนัดเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ป่วยและครอบครัวที่ต้องทำความเข้าใจถึงผลข้างเคียงจากยา และการรับประทานยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดไวรัสดื้อยา และเพื่อให้ยามีประสิทธิผลสูงสุดเป็นเวลานานที่สุด

HIV Header 01 1024x575 1

เคล็ดลับสุดท้ายที่เราอยากจะบอก คือ การป้องกันความเสี่ยงจากการรับเชื้อ คือ กุญแจสำคัญ เป็นการตัดต้นตอของปัญหาและความกังวลที่จะตามมาทั้งหมด รองลงมาคือ “รู้ก่อน รักษาก่อน” การตรวจหาเชื้อ ยิ่งพบเร็ว ยิ่งได้รับการรักษาเร็ว ระบบภูมิคุ้มกันไม่ถูกทำลายจนกู้คืนไม่ได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลจนสามารถหาซื้อชุดตรวจหาเชื้อ HIV ตรวจรู้ผลได้เองที่บ้านใน 15 นาที ถือเป็นทางออกสำหรับผู้ได้รับความเสี่ยงมา ให้สามารถรับรู้เร็วผลเลือดของตนเองได้เร็ว ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการรักษา ยิ่งพบเร็วยิ่งมีประสิทธิภาพสูง สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป

คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์ไหม

คลิกจำนวนดาวที่อยากให้คะแนนเรา

คะแนนเฉลี่ย 4.8 / 5. จำนวนผู้โหวต: 4

บทความนี้ยังไม่มีใครให้คะแนน! มาเป็นคนแรกที่ให้คะแนนบทความนี้

ถ้าบทความนี้มีประโยชน์กับคุณ...

ติดตามเราบทช่องทางโซเชียลสิ!

ใส่ความเห็น

X