การตรวจ HIV ในปัจจุบัน มีกี่วิธี
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การป้องกันและรักษา

การตรวจ HIV ในปัจจุบันมีกี่วิธี?

5
(5)

วิธีการวินิจฉัยเพื่อตรวจ HIV ทางเลือด

ตรวจ HIV เพื่อหาการติดเชื้อของโรคเอดส์ สามารถตรวจจากเลือด มี 3 แบบหลักๆ คือ

  1. Antibody HIV เป็นวิธีตรวจหาภูมิคุ้มเคยต่อเชื้อ สามารถตรวจได้หลังมีความเสี่ยงตั้งแต่ 2 สัปดาห์เป็นต้นไป โดยตรวจด้วยชุดตรวจ Forth Generation  ซึ่งสามารถตรวจหาได้ทั้งตรวจหาภูมิคุ้นเคย (Antibody)  และการตรวจหาชิ้นส่วนของเชื้อ (Antigen)
  2. NAT – Nucleic Acid Technology (NAT) เป็นบริการเสริมที่ใช้ตรวจร่วมกับการตรวจ Antibody โดยตรวจหาสายพันธุกรรมของเชื้อ HIV สามารถตรวจได้หลังมีความเสี่ยง 5 วันขึ้นไป ปัจจุบันคลินิกนิรนามให้บริการตรวจด้วยวิธี NAT ทุกราย ถ้าการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี (เอดส์) ด้วยวิธีแรก แล้วไม่พบการติดเชื้อ
  3. PCR เป็นวิธีตรวจหาสารพันธุกรรมในตัวเชื้อเอชไอวี สามารตรวจได้หลังมีความเสี่ยงตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป

ก็ได้ทราบกันไปแล้วนะครับว่าวิธีการตรวจ HIV ในปัจจุบันโดยทั่วไปนั้นมีกี่วิธี แต่ละวิธีมีระยะเวลาที่สามารถตรวจเมื่อได้รับความเสี่ยงมาหลังกี่อาทิตย์ขึ้นไป แต่วิทยการทางวิทยาศาสตร์ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีวิธีอื่นอีกที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ก็เป็นวิธีการที่มีการนำไปใช้งานแล้วในบางเคสครับ ซึ่งแบ่งได้ดังนี้ครับ

1. การตรวจคัดกรอง (SCREENING TEST)

เป็นการตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อ (antibody) เป็นการทดสอบที่มีความไวและความจำเพาะ โดยทั่วไปจะรายงานผลเป็นลบเมื่อตรวจเพียงครั้งเดียว แต่ถ้าการทดสอบเป็นบวก ต้องทำการทดสอบเพิ่มเติมด้วยการทดสอบอื่น เพื่อยืนยันผลบวก การตรวจคัดกรองแยกตามหลักการทดสอบดังนี้

1.1 อีไลซ่า (ELISA : ENZYME LINKED IMMUNOSORBENT ASSAY)

เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลาย เหมาะกับการตรวจตัวอย่างจำนวนมาก ใช้เวลาในการวิเคราะห์ 2-3 ชั่วโมงต่อรอบของการทดสอบ

1.2 PARTICLE AGGLUTINATION (PA)

เป็นการทดสอบหาแอนติบอดีต่อเอชไอวีโดยอาศัยหลักการเกาะกลุ่มเม็ดเจล ซึ่งเคลือบด้วยแอนติเจนของเอชไอวีเมื่อจับกับแอนติบอดี อ่านผลภายใน 2 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามการเกาะกลุ่มอาจเกิดขึ้นอย่างไม่จำเพาะ สำหรับตัวอย่างที่มี hemolysis มาก จะอ่านผลได้ยาก นอกจากนี้ยังต้องระวังผลลบปลอม เมื่อมีแอนติบอดีมากเกินไป ทำให้อัตราส่วนการทำปฏิกิริยาไม่เหมาะสมทำให้เม็ดเจลไม่เกาะกลุ่ม อาจแก้ไขด้วยการเจือจางตัวอย่างมากขึ้น ต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลบวกเช่นเดียวกับการตรวจคัดกรองวิธีอื่น ๆ

1.3 การทดสอบแบบรวดเร็ว (RAPID TEST)

เป็นการทดสอบที่วิเคราะห์ผลการตรวจภายใน 3 – 15 นาที อ่านผลด้วยตาเปล่า นิยมใช้ในกรณีเร่งด่วน ไม่เหมาะกับการตรวจตัวอย่างจำนวนมาก ที่สำคัญ มีราคาแพง และอาจให้ผลบวกปลอม และผลลบปลอมสูงกว่าวิธี ELISA หรือ PA ไม่แนะนำให้ใช้ตรวจโลหิตบริจาค

aids, hiv

2. การทดสอบชนิดตรวจยืนยัน (CONFIRMATORY TEST)

เพื่อเป็นการยืนยันผลบวกที่ได้จากวิธีตรวจคัดกรอง เป็นวิธีที่มีความจำเพาะสูง บ่งบอกภาวะการติดเชื้อเอชไอวีที่แท้จริง จุดประสงค์เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการเกิดผลบวกปลอมโดยวิธีการตรวจคัดกรองขั้นแรก ไม่ใช้เป็นการตรวจยืนยันผลลบจากการตรวจคัดกรองน้ำยาที่ใช้ ได้แก่

2.1 WESTERN BLOT (WB)

เป็นวิธีที่ใช้เป็นมาตราฐานทั่วไป มีชุดน้ำยาสำเร็จรูปจำหน่ายโดยแผ่นเมมเบรนทดสอบมีแถบโปรตีนส่วนประกอบของเชื้อเอชไอวีอยู่ ซึ่งมีขนาดต่างๆ ที่แยกกันตามขนาดด้วยวิธีอิเลคโตรโฟเรซีส การวิเคราะห์และอ่านผลทำได้สะดวก ใช้เวลา 6-24 ชั่วโมง ราคาแพงกว่าการทดสอบชนิดตรวจคัดกรอง ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้การตรวจโดยวิธีคัดกรองที่อาศัยหลักการ ต่างกัน 2 วิธีแทนการตรวจด้วย WB การตรวจด้วย WB ต้องทำตามคู่มืออย่างเคร่งครัด ควรระบุผลให้ชัดเจนว่า anti-HIV positive, negative หรือ Indeterminate สำหรับผล Indeterminate ต้องมีการติดตามเจาะเลือดเพื่อตรวจซ้ำ ซึ่งหากมีการติดเชื้อจริง ผลตรวจจะเปลี่ยนเป็นผลบวกหลังการตรวจครั้งแรกภายในเวลาไม่เกิน 6 เดือน นอกจากนี้ WB ของบางบริษัทจะมีแถบแอนติเจน gp36 ของ HIV-2 อีกแถบหนึ่ง ต้องตรวจยืนยัน WB ที่จำเพาะสำหรับ HIV-2 อีกต่อไป

2.2 INDIRECT FLUORESCENT ANTIBODY ASSAY (IFA)

เป็นวิธีตรวจยืนยันอีกวิธีหนึ่ง ได้มีการจัดเตรียมชุดน้ำยาจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ชุดน้ำยาประกอบด้วยสไลด์แก้วชนิดหลุม เคลือบด้วยเซลล์ MT-4 ที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อเอชไอวีในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 วิเคราะห์โดยแอนติบอดีในซีรัมทำปฏิกริยากับแอนติเจนของเชื้อเอชไอวีในเซลล์ แล้วตรวจจับด้วย anti-human IgG-FITC (conjugate) ซึ่งจะเรืองแสงเมื่อดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ฟลูออเรสเซนต์ วิธี IFA มีความจำเพาะใกล้เคียงวิธี WB แต่มีความไวน้อยกว่าและจำเป็นต้องอาศัยผู้ที่มีประสบการณ์ในการอ่านผล

2.3 RADIOIMMUNOPRECIPITATION ASSAY (RIPA)

เป็นวิธีตรวจยืนยันที่มีหลักการคล้ายกับวิธี WB วิธีการยุ่งยาก ต้องเลี้ยงเชื้อในอาหารที่มีกรดอะมิโนที่ติดฉลากด้วยสารรังสี ตกตะกอนแอนติเจนที่จับกับแอนติบอดีในซีรัม ด้วยโปรตีน A แยกโปรตีนด้วย SDS-PAGE และทำ autoradiography ต้องใช้ห้องปฏิบัติการที่มีความปลอดภัยสูง และห้องปฏิบัติการกัมมันตภาพรังสี จึงไม่เป็นที่แพร่หลายในประเทศไทย

การตรวจ HIV ในปัจจุบันมีกี่วิธี? 1

3. การทดสอบอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างวิจัยและพัฒนา (TEST UNDER RESEARCH AND DEVELOPMENT)

3.1 HIV ANTIGEN TEST

การทดสอบหา p24 ในกระแสเลือด มีประโยชน์สำหรับการตรวจการติดเชื้อเริ่มต้น และการตรวจการติดเชื้อในทารกที่คลอดจากมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี การตรวจโลหิตบริจาคอาจตรวจหาแอนติเจนเพิ่มเติมจากการตรวจแอนติบอดีเพื่อ ป้องกันความผิดพลาด ถ้ามีการติดเชื้อในระยะเริ่มต้น ข้อจำกัดของการตรวจหาแอนติเจนคือ มีราคาแพง ความไวต่ำ และต้องทำการตรวจยืนยันซ้ำ และขณะนี้ยังมีบริษัทผลิตจำหน่ายน้อยราย ยังไม่มีมาตราฐานในการควบคุมคุณภาพ

3.2 LINE IMMUNOASSAY

เป็นการทดสอบที่คล้าย WB หากแต่ใช้แอนติเจนชนิดที่เป็น recombinant protein และ synthetic peptide เคลือบบนเมมเบรนโดยตรง และมี gp36 ของ HIV-2 เพิ่มอยู่ด้วย แต่ gp36 แถบเดียวไม่อาจใช้แยก HIV-1 และ HIV-2 ได้แน่นอน และไม่ถือเป็นการตรวจยืนยันเหมือน WB

3.3 การตรวจสารพันธุกรรม

เป็นการใช้เทคนิค PCR เข้ามาช่วย โดยจะตรวจหา DNA จาก proviral DNA หลักการคือ ขยาย ปริมาณ DNA ด้วยเอนไซม์ DNA polymerase โดยกำหนดขนาดและความจำเพาะของ DNA เป้าหมาย ซึ่งเป็น oligonucleotide วิธี PCR จะมีความไวสูงมาก แต่อาจเกิดผลบวกปลอมได้หากมีการปนเปื้อน ปัจจุบันเทคนิค PCR มีประโยชน์มากสำหรับการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีในทารกที่คลอดจากมารดาที่ติดเชื้อ

3.4 การทดสอบหาแอนติบอดีในสารคัดหลั่งอื่น ๆ เช่น น้ำลาย น้ำนม ปัสสาวะ น้ำไขสันหลัง

3.5 การตรวจหาปริมาณไวรัส (VIRAL LOAD)

จากข้อมูลด้านบนที่บอกถึงข้อดี-ข้อด้อยของวิธีการตรวจเลือดหาเชื้อ HIV ด้วยวิธีการต่างๆ เพียงเท่านี้ เราก็สามารถเลือกวิธีการตรวจที่เหมาะกับความต้องการของเราได้แล้วครับ เพราะแต่ละวิธีมีความแม่นยำ ค่าใช้จ่าย ความรวดเร็วที่แตกต่างกันออกไป ขอให้ทุกคนกล้าที่จะออกไปตรวจเลือดครับ เพราะตรวจก่อน รู้ก่อน อาจไม่ต้องกินยาตลอดชีวิต และไม่เสียสุขภาพจิตที่ต้องมาคอยนั่งกังวลกลัวว่าจะเป็นหรือไม่เป็นด้วย สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาไปตามสถานพยาบาลก็ยังสามารถตรวจที่บ้านด้วยชุดตรวจของเราได้ครับ โดยสามารถไปเยี่ยมชมและรับคำปรึกษาได้ ที่นี่ ขอให้ทุกคนโชคดีในการตรวจครับ

ที่มา : https://www.honestdocs.co , http://www.withikarn.com


บอกเราที บทความนี้มีประโยชน์กับคุณแค่ไหน?

คลิกเลือกดาวด้านล่าง เพื่อให้คะแนนเรา

คะแนนเฉลี่ย 5 / 5. จำนวนโหวต: 5

ยังไม่มีคะแนนสำหรับบทความนี้ มาเป็นคนแรกเพื่อลงคะแนนให้บทความนี้สิ

ถ้าคุณยังยังอยากรู้เรื่องอื่นๆแนวนี้อีกหล่ะก็...

ติดตามเราบนสื่อสังคมออนไลน์ได้เลย

We are sorry that this post was not useful for you!

Let us improve this post!

Tell us how we can improve this post?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

X