ตอบกลับไปยัง: ตุ่มเอดส์ เป็นตุ่มแบบไหน

#245
admin
Keymaster

โรคเอดส์เกิดจากเชื้อไวรัส HIV เมื่อเข้าสู่ระบบร่างกายจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบภูมิคุ้มกัน การติดต่อของโรคนี้เกิดขึ้นได้จากการสัมผัสกับเชื้อ HIV โดยการมีเพศสัมพันธ์ การใช้เข็มร่วมกันในคนที่ติด ยาเสพย์ติด และติดต่อโดยการถ่ายเลือดจากคนที่มีเชื้อ HIV หรือถ่ายทอดเชื้อ HIV จากแม่สู่ลูกในขณะตั้งครรภ์ อุบัติการณ์การเกิดผื่นผิวหนังพบว่า ผู้ป่วยโรคเอดส์มีอาการแสดงทางผื่นผิวหนังได้ถึงร้อยละ 75 และมัก เป็นผื่นผิวหนังชนิดรุนแรงและยากต่อการรักษา และมักมีความสัมพันธ์กับค่าซีดี 4 ซึ่งถ้าต่ำมักมีอาการรุนแรง

 

อาการทางผิวหนัง

  • อาการคัน เป็นตุ่มแดงดำคล้ำคล้ายยุงกัดบริเวณแขนขา พบบ่อยที่สุด
  • ต่อมไขมันอักเสบ คือ อาการที่พบรองลงมา ผู้ป่วยมีผื่นเป็นสะเก็ดแน่นหนาบริเวณหนังศีรษะ หัวคิ้ว ข้างแก้ม ร่วมกับมีรังแคมาก
  • โรคสะเก็ดเงินหรือโซไรซิส ลักษณะรอยโรคจะมีสะเก็ดเงินปกคลุมตามร่างกายและมีผื่นขึ้นที่ศีรษะตาม ไรผมเช่นกัน
  • งูสวัด ลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสตามแนวเส้นประสาทร่วมกับอาการปวดร้าว พบว่าในผู้ป่วยเอดส์จะมี อุบัติการณ์ของการติดเชื้อชนิดนี้เพิ่มขึ้น ศ.ดร.นพ.ธัมม์ทิวัตถ์ นรารัตน์วันชัย
  • เริม ก็พบได้เช่นกัน เป็นตุ่มน้ำใส เจ็บๆ คันๆ บริเวณริมฝีปากหรืออวัยวะเพศ ซึ่งโดยปกติจะหายไป ภายใน 7-10 วัน แต่ในกรณีผู้ป่วยโรคเอดส์จะเป็นมาก รุนแรง และกว่าจะหายต้องใช้เวลานานกว่าปกติ คือ ประมาณ 4 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น
  • หูด หูดข้าวสุก อาการจะเป็นมากและลุกลามเร็ว
  • ติดเชื้อรา เชื้อยีสต์ ในช่องปาก ช่องคลอด ผิวหนัง รักแร้ บางรายพบลิ้นมีฝ้าขาวมีขน ซึ่งมีชื่อ ภาษาอังกฤษว่า ‘ Oral hairy leukoplakia’
  • มะเร็งผิวหนัง ชนิดที่ชื่อ คาโปซี ซาร์โคม่า (Kaposi’s sarcoma) พบได้ในบางราย ลักษณะเป็นเนื้องอก เป็นตุ่มสีออกแดงหรือแดงคล้ำ แต่โรคนี้พบได้น้อยมากในประเทศไทย
  • อื่นๆ นอกจากนี้ยังพบอาการทางผิวหนังอีกหลายๆ อย่างเหมือนที่พบในคนปกติเพียงแต่ว่าในผู้ป่วยโรค เอดส์จะมีอาการรุนแรงและรักษายากกว่า

Ref: http://anti-aging.mfu.ac.th