ตอบกลับไปยัง: ตุ่มเอดส์ เป็นตุ่มแบบไหน

#247
admin_lnw
Keymaster

ผื่นที่เกิดขึ้นในผู้ติดเชื้อHIVนั้นมีได้หลายลักษณะ มีทั้งแบบที่ทำให้เกิดอาการคันและไม่ทำให้เกิดอาการคัน

แต่PPE(Pruritic papular erupton) ซึ่งผื่นที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด เพราะพบได้บ่อยในผู้ติดเชื้อHIVในระยะที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ จะเป็นผื่นที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนขึ้นมา กระจายอยู่ตามลำตัว แขนขา และใบหน้า มักจะก่อให้เกิดอาการคันและแตกได้
ถ้าสงสัยว่าตุ่มดังกล่าวใช่ผื่นในลักษณะนี้หรือไม่ ก็อาจไม่ใช่ครับ เพราะมีอยู่เพียงแค่ตุ่มเดียวและไม่มีอาการคัน

อย่างไรก็ตามถ้ามีปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ติดเชื้อ HIV ได้ เช่น เคยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันมาก่อน เคยสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อเข้าทางบาดแผล ก็แนะนำให้ไปตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อดูครับ
การอาศัยอาการเพียงอย่างเดียวนั้นไม่สามารถให้การวินิจฉัยที่แน่นอนได้ว่ามีการติดเชื้อHIVหรือไม่ โดยเฉพาะการติดเชื้อในระยะแรกที่ภูมิคุ้มกันยังไม่ต่ำมาก ซึ่งจะไม่มีอาการที่จำเพาะ หรือมักไม่มีอาการแสดงใดๆเลย

 

ผื่น PPE ที่เกิดจากการติดเชื้อ HIV จะทำให้มีอาการคันครับ แต่ไม่ว่าจะมีผื่นนี้เกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม ไม่ได้มีอะไรที่เป็นเครื่องยืนยันการติดเชื้อ HIV ได้นอกจากการตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อครับ

ดังนั้นถ้าหากมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ HIV ได้ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดยืนยันดูเป็นหลักครับ

 

การมีตุ่มใสๆขึ้นที่แขนนั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุครับ เช่น
– การอักเสบของผิวหนัง
– อาการแพ้ของผิวหนัง
– การติดเชื้องูสวัด
– อาการผิวหนังพุพองที่เกิดจากการเสียดสี
เป็นต้น

อาการมีตุ่มน้ำขึ้นมาที่แขนนั้นไม่ได้มีความจำเพาะต่อสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเป็นพิเศษครับ หมอแนะนำว่าในกรณีนี้ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอาการเพื่อให้ทราบสาเหตุที่แน่ชัดก่อน เพื่อที่จะได้ให้การรักษาได้อย่างเหมาะสมครับ

Ref: https://www.honestdocs.co/