ตรวจหาเชื้อ HIV มีโอกาสได้ผลผิดพลาดไหม??

  • This topic is empty.
กำลังดู 2 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 2 (ของทั้งหมด 2)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #171
    admin
    Keymaster

    ตรวจหาเชื้อ HIV มีโอกาสได้ผลผิดพลาดไหม??

    #225
    admin
    Keymaster

    พญ.นิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวถึงกรณีมีผู้ป่วยฟ้องร้อง รพ.เอกชนแห่งหนึ่งทางภาคใต้ หลังแจ้งผลตรวจว่าพบเชื้อเอชไอวี (เอดส์) แต่ตอนหลังไม่พบเชื้อ ซึ่งทาง รพ.อ้างว่า “ร่างกายผู้ป่วยล้างเชื้อได้เอง” ว่า การตรวจหาเชื้อเอชไอวี มีอยู่ 2 วิธีคือ 1.การตรวจหาภูมิต้านทานเชื้อเอชไอวี ซึ่งจะมีหลายรุ่น แต่จะใช้เวลาหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2-3 สัปดาห์ และ 2.การตรวจหาเชื้อเอชไอวีโดยตรงด้วยวิธีแนท (Nucleic Acid Amplification Testing : NAT) จะตรวจได้เร็วหลังรับเชื้อประมาณ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งการตรวจทั้ง 2 ประเภท จะมีแม่นยำอยู่แล้ว ทั้งนี้ในการตรวจเชื้อเอชไอวีนั้น หากครั้งแรกให้ผลเลือดเป็นบวก ก็จะต้องมีการตรวจซ้ำอีกอย่างน้อย 2 ครั้งด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน จึงจะสามารถยืนยันผลได้ว่าผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามในเรื่องของการผิดพลาดนั้นเป็นไปได้ เช่น การตรวจเลือด 3 ครั้งให้ผลยืนยันเป็นบวกทั้งหมด แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปกลับไม่พบว่าผู้ป่วยจริง ๆ ซึ่งเรื่องแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ แต่โอกาสจะเกิดขึ้นมีน้อย หนึ่งในหมื่นถึงแสนคน

     

    “ปัญหาแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้นาน ๆ ครั้ง แต่ส่วนใหญ่ปัญหาไม่ได้มาจากชุดตรวจ แต่เป็นเรื่องของตัวคนเป็นหลัก เช่น เลือดของผู้ป่วยสลับกัน การอ่านค่าผิด หรือตรวจเพียง 1-2 ครั้ง พอให้ผลเลือดเป็นบวกแล้วก็แจ้งคนไข้เลย ไม่ได้มีการตรวจซ้ำก่อน”พญ.นิตยากล่าวและว่า สำหรับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีจริง ๆ หากไม่ได้รับยาต้านไวรัสเลย บางรายจะเริ่มมีอาการป่วยในระยะ 5-6 ปี โดยเฉลี่ย อาการที่พบคือมีผื่น มีตุ่มขึ้นตามตัว เชื้อราในช่องปาก งูสวัส อย่างไรก็ตามยังมีผู้ป่วยร้อยละ 5 ที่ไม่แสดงอาการใด ๆ เลย แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้ป่วยร้อยละ 5-10 แสดงอาการแบบเต็มรูปแบบได้อย่างรวดเร็ว

    ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ร่างกายของผู้ป่วยสามารถกำชัดเชื้อเอชไอวีออกไปได้เอง พญ.นิตยา กล่าวว่า สมัยก่อนเราไม่เชื่อเรื่องนี้ แต่ที่ผ่านมา มีการศึกษาวิจัยพบว่า ในกรณีผู้ที่เพิ่งได้รับเชื้อเอชไอวีมาใหม่ ๆ ยังไม่ถึงเดือน แล้วให้รับประทานยาต้านไวรัสติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน พอมาตรวจเลือดซ้ำหลังจากนี้ก็พบเชื้อดังกล่าวลดลงมาก แทบไม่เจอ แต่พอให้หยุดรับประทานยาต้านไวรัส แล้วมาตรวจซ้ำอีกครั้ง ก็พบว่าเชื้อยังอยู่ในร่างกายเหมือนเดิม ดังนั้นข้อมูล ณ วันนี้จึงยังไม่พบว่าร่างกายคนเราสามารถกำจัดเชื้อเอชไอวีออกไปได้เอง

    ที่มา : https://www.dailynews.co.th/politics/347180

กำลังดู 2 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 2 (ของทั้งหมด 2)
  • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้