ตุ่มเอดส์ เป็นตุ่มแบบไหน

ติดป้ายกำกับ: 

  • This topic is empty.
กำลังดู 4 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 4 (ของทั้งหมด 4)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #189
    admin
    Keymaster

    ตุ่มที่เกิดจาก HIV เป็นแบบไหน มีอาการคันไหม ตุ่มจะกระจายไปทั่วตัวหรือขึ้นเฉพาะจุด?? แล้วกรณีไหนที่จะรู้ได้บ้างว่าเป็นตุ่มเอดส์(ตุ่ม HIV) หรือเป็นแค่ตุ่มหรือผื่นจากอาการของโรคอื่นครับ

    #243
    admin
    Keymaster

    ก่อนอื่นต้องทราบปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV ก่อน โดยโรคเอดส์ หรือการติดเชื้อ HIV สามารถติดต่อได้หลายทาง เช่น ทางเลือด สารคัดหลั่ง (น้ำอสุจิ น้ำเมือกในช่องคลอดจากผู้ที่ติดเชื้อ) ซึ่งเกิดได้หลายวิธี เช่น ทางเพศสัมพันธ์ุโดยไม่ได้ป้องกัน การใช้สารเสพติดฉีดเช้าเส้นเลือดร่วมกับผู้อื่น การรับเลือดจากผู้ที่มีเชื้อไวรัสอยู่ เป็นต้น

    เมื่อผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวมาแล้ว จึงจะมีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัส HIV ได้
    ซึ่งอาการของโรคเอดส์นั้นจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอาการทั้งหมดที่จะกล่าวต่อไปเหล่านี้ก็ได้ เช่น
    1.ไข้เรื้อรังนานเกิน 1 เดือน
    2.ไอเรื้อรังที่หาสาเหตุไม่ได้นานเกิน 3 เดือน
    3.น้ำหนักลดอย่างรวดเร็วเกิน 10%ของน้ำหนักเดิมใน 3 เดือน
    4.ท้องเสียเรื้อรังไม่หายขาดเกิน 3 เดือน
    5.ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วตัวนานเกิน 3 เดือน
    6.ฝ้าขาวในปากหรือลิ้นนานเกิน 3 เดือน
    7.มีแขนขาอ่อนแรง ชัก เซื่องซึม หลงลืม โดยที่ไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อน
    8.โรคมะเร็ง เช่น คาโปสิซาร์โคมา ลักษณะมีก้อนนูนสีแดงม่วงขึ้นตามลำตัว แขนขา
    9.ผื่นโรคเริม งูสวัด หูดข้าวสุก หรือเชื้อรา ขึ้นตามร่างกาย

    ลักษณะผื่นและอาการท้องเสียในการติดเชื้อ HIV ไม่ได้มีลักษณะเฉพาะตายตัว ซึ่งหมายความว่าลักษณะตุ่ม/ผื่นที่พบในโรคเอดส์ก็สามารถพบได้ในโรคอื่นเช่นกัน

    ดังนั้นหากมีปัจจัยเสี่ยงและลักษณะอาการตามที่กล่าวมาข้างต้น แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยโรคที่แท้จริง และวางแผนการรักษาเพื่อป้องการภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่จะตามได้ เนื่องจากการวินิจฉัยโรคต้องอาศัยทั้งการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีภูมิต้านทานต่อไวรัส HIV จำนวนเม็ดเลือดขาว จำนวนเชื้อไวรัสในเลือด และอื่นๆ ร่วมกัน

     

    Ref: https://www.pobpad.com

    #245
    admin
    Keymaster

    โรคเอดส์เกิดจากเชื้อไวรัส HIV เมื่อเข้าสู่ระบบร่างกายจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบภูมิคุ้มกัน การติดต่อของโรคนี้เกิดขึ้นได้จากการสัมผัสกับเชื้อ HIV โดยการมีเพศสัมพันธ์ การใช้เข็มร่วมกันในคนที่ติด ยาเสพย์ติด และติดต่อโดยการถ่ายเลือดจากคนที่มีเชื้อ HIV หรือถ่ายทอดเชื้อ HIV จากแม่สู่ลูกในขณะตั้งครรภ์ อุบัติการณ์การเกิดผื่นผิวหนังพบว่า ผู้ป่วยโรคเอดส์มีอาการแสดงทางผื่นผิวหนังได้ถึงร้อยละ 75 และมัก เป็นผื่นผิวหนังชนิดรุนแรงและยากต่อการรักษา และมักมีความสัมพันธ์กับค่าซีดี 4 ซึ่งถ้าต่ำมักมีอาการรุนแรง

     

    อาการทางผิวหนัง

    • อาการคัน เป็นตุ่มแดงดำคล้ำคล้ายยุงกัดบริเวณแขนขา พบบ่อยที่สุด
    • ต่อมไขมันอักเสบ คือ อาการที่พบรองลงมา ผู้ป่วยมีผื่นเป็นสะเก็ดแน่นหนาบริเวณหนังศีรษะ หัวคิ้ว ข้างแก้ม ร่วมกับมีรังแคมาก
    • โรคสะเก็ดเงินหรือโซไรซิส ลักษณะรอยโรคจะมีสะเก็ดเงินปกคลุมตามร่างกายและมีผื่นขึ้นที่ศีรษะตาม ไรผมเช่นกัน
    • งูสวัด ลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสตามแนวเส้นประสาทร่วมกับอาการปวดร้าว พบว่าในผู้ป่วยเอดส์จะมี อุบัติการณ์ของการติดเชื้อชนิดนี้เพิ่มขึ้น ศ.ดร.นพ.ธัมม์ทิวัตถ์ นรารัตน์วันชัย
    • เริม ก็พบได้เช่นกัน เป็นตุ่มน้ำใส เจ็บๆ คันๆ บริเวณริมฝีปากหรืออวัยวะเพศ ซึ่งโดยปกติจะหายไป ภายใน 7-10 วัน แต่ในกรณีผู้ป่วยโรคเอดส์จะเป็นมาก รุนแรง และกว่าจะหายต้องใช้เวลานานกว่าปกติ คือ ประมาณ 4 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น
    • หูด หูดข้าวสุก อาการจะเป็นมากและลุกลามเร็ว
    • ติดเชื้อรา เชื้อยีสต์ ในช่องปาก ช่องคลอด ผิวหนัง รักแร้ บางรายพบลิ้นมีฝ้าขาวมีขน ซึ่งมีชื่อ ภาษาอังกฤษว่า ‘ Oral hairy leukoplakia’
    • มะเร็งผิวหนัง ชนิดที่ชื่อ คาโปซี ซาร์โคม่า (Kaposi’s sarcoma) พบได้ในบางราย ลักษณะเป็นเนื้องอก เป็นตุ่มสีออกแดงหรือแดงคล้ำ แต่โรคนี้พบได้น้อยมากในประเทศไทย
    • อื่นๆ นอกจากนี้ยังพบอาการทางผิวหนังอีกหลายๆ อย่างเหมือนที่พบในคนปกติเพียงแต่ว่าในผู้ป่วยโรค เอดส์จะมีอาการรุนแรงและรักษายากกว่า

    Ref: http://anti-aging.mfu.ac.th

    #247
    admin
    Keymaster

    ผื่นที่เกิดขึ้นในผู้ติดเชื้อHIVนั้นมีได้หลายลักษณะ มีทั้งแบบที่ทำให้เกิดอาการคันและไม่ทำให้เกิดอาการคัน

    แต่PPE(Pruritic papular erupton) ซึ่งผื่นที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด เพราะพบได้บ่อยในผู้ติดเชื้อHIVในระยะที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ จะเป็นผื่นที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนขึ้นมา กระจายอยู่ตามลำตัว แขนขา และใบหน้า มักจะก่อให้เกิดอาการคันและแตกได้
    ถ้าสงสัยว่าตุ่มดังกล่าวใช่ผื่นในลักษณะนี้หรือไม่ ก็อาจไม่ใช่ครับ เพราะมีอยู่เพียงแค่ตุ่มเดียวและไม่มีอาการคัน

    อย่างไรก็ตามถ้ามีปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ติดเชื้อ HIV ได้ เช่น เคยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันมาก่อน เคยสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อเข้าทางบาดแผล ก็แนะนำให้ไปตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อดูครับ
    การอาศัยอาการเพียงอย่างเดียวนั้นไม่สามารถให้การวินิจฉัยที่แน่นอนได้ว่ามีการติดเชื้อHIVหรือไม่ โดยเฉพาะการติดเชื้อในระยะแรกที่ภูมิคุ้มกันยังไม่ต่ำมาก ซึ่งจะไม่มีอาการที่จำเพาะ หรือมักไม่มีอาการแสดงใดๆเลย

     

    ผื่น PPE ที่เกิดจากการติดเชื้อ HIV จะทำให้มีอาการคันครับ แต่ไม่ว่าจะมีผื่นนี้เกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม ไม่ได้มีอะไรที่เป็นเครื่องยืนยันการติดเชื้อ HIV ได้นอกจากการตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อครับ

    ดังนั้นถ้าหากมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ HIV ได้ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดยืนยันดูเป็นหลักครับ

     

    การมีตุ่มใสๆขึ้นที่แขนนั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุครับ เช่น
    – การอักเสบของผิวหนัง
    – อาการแพ้ของผิวหนัง
    – การติดเชื้องูสวัด
    – อาการผิวหนังพุพองที่เกิดจากการเสียดสี
    เป็นต้น

    อาการมีตุ่มน้ำขึ้นมาที่แขนนั้นไม่ได้มีความจำเพาะต่อสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเป็นพิเศษครับ หมอแนะนำว่าในกรณีนี้ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอาการเพื่อให้ทราบสาเหตุที่แน่ชัดก่อน เพื่อที่จะได้ให้การรักษาได้อย่างเหมาะสมครับ

    Ref: https://www.honestdocs.co/

กำลังดู 4 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 4 (ของทั้งหมด 4)
  • คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้